หมู่บ้านช้างเลี้ยง

ช้างสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความผูกพันมากับคนไทย มาอย่างยาวนาน ดังถ้อยคำที่มาจากหลักศิลาจารึกสมัยพ่อขุนรามคำแหง แห่งกรุงสุโขทัย ซึ่งเป็นปฐมยุคของประวัติศาสตร์ชาติไทยว่า “ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า”    ซึ่งเราคนไทยคงทราบกันดีว่า ในอดีตบรรพบุรุษของไทยใช้ช้าง เพื่อปกป้องประเทศชาติ ช้างเป็นสัตว์ที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับกษัตริย์ไทย และคนไทย มาอย่างยาวนาน บรรพบุรุษของไทยยังใช้ช้างในการก่อสร้างบ้านแปลงเมืองมาทุกยุค ทุกสมัย จนถึงยุคที่ประเทศไทย ส่งไม้สักเป็นสินค้าส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ  ช้างยังมีบทบาทสำคัญในการทำงานชักลากไม้สัก  สร้างเงินตรา เข้าประเทศไทยเป็นจำนวนมาก รัฐบาลไทยในสมัยนั้น ซึ่งอยู่ในยุคประเทศที่เริ่มพัฒนา นำเงินตรามาพัฒนาประเทศชาติให้เจริญมาจนถึงทุกวันนี้  ช้างจึงเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญกับชาวไทย ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ รวมทั้งการเมืองการปกครอง จนในปี พ.ศ. 2532 รัฐบาลไทย ได้ออกกฎหมายปิดป่า ยกเลิกการทำสัมปทานไม้ภายในประเทศ ทำให้ชุมชนผู้เลี้ยงช้างทั้งหมดประสบปัญหาช้างตกงานไม่มีงานทำ นับเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาเลี้ยงในประเทศไทย ช้างที่เคยทำงานถูกกฎหมาย ก็ถูกนำมาทำงานชักลากไม้เถื่อน ถูกทารุณกรรม  ชุมชนผู้เลี้ยงช้างบางกลุ่มก็ยังนำช้างมาเดินเร่ร่อนอยู่ในเมืองใหญ่ๆ เพื่อหารายได้ เกิดปัญหาด้านสุขภาพของช้าง ทำให้ช้างได้รับอุบัติเหตุถูกรถชนบ้าง เดินตกท่อบ้าง ถูกสื่อมวลชนต่างประเทศ นำเสนอข่าวว่าประเทศไทยทารุณกรรมสัตว์ สร้างภาพพจน์ที่ไม่ดีให้กับประเทศไทย

                คุณประกอบ  ชำนาญกิจ อดีตมัคคุเทศก์นำชาวต่างชาติเที่ยว ได้เล็งเห็นปัญหาช้างเลี้ยงในประเทศ จึงคิดก่อตั้ง  หมู่บ้านช้างหัวหิน เป็นแห่งแรกในปี พ.ศ 2543  ณ บริเวณด้านหลังเขาวัดอิติสุคโต  ตำบล หัวหิน  อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคิรีขันธ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนผู้เลี้ยงช้าง ที่ไม่มีงานทำ หรือนำช้างไปเดินเร่ร่อน นำช้างเข้ามาทำงานร่วมกับหมู่บ้านช้าง  เพื่อเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวได้นั่งช้างชมพระพุทธรูป และเดินป่าชมธรรมชาติ  เป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของหมู่บ้านช้างหัวหิน ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา   มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาเยี่ยมชม ในหมู่บ้านช้างหัวหิน ปีหนึ่งๆ ไม่ต่ำกว่า 22,760 คน  (สองหมื่นเก้าพันเจ็ดร้อยหกสิบคน) ต่อปี  และมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี สร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอหัวหิน ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่เกี่ยวข้องกับช้าง จากการดำเนินงานของหมู่บ้านช้างหัวหินที่ช่วยเหลือชุมชนผู้เลี้ยงช้างอย่างเป็นรูปธรรม  คุณประกอบ ชำนาญกิจ ผู้อำนวยการหมู่บ้านช้าง จึงเปิดหมู่บ้านช้างแห่งที่สองขึ้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ในปี พ.ศ 2546   เพื่อเป็นสถานประกอบการช่วยเหลือ และสร้างงานให้ช้างเร่ร่อนตกงาน ไม่มีงานทำที่ไปเดินเร่ร่อนอยู่ในกรุงเทพฯ ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานบริการนักท่องเที่ยวร่วมกับหมู่บ้านช้าง ภายใต้นโยบายของรัฐ เพื่อเป็นการร่วมอนุรักษ์ช้างไทยมิให้สูญพันธุ์

             จุดเด่นที่สำคัญ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจในการเข้ามาท่องเที่ยวและเยี่ยมชมในหมู่บ้านช้างทั้งสองแห่ง  นอกจากการให้บริการที่ประทับใจแล้ว         สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง สภาพภูมิทัศน์ป่าเขาที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ เป็นหัวใจสำคัญหลักของนโยบายหมู่บ้านช้างที่ให้ความสำคัญ ในการรักษาพื้นที่ป่าให้คงสภาพไว้ เพื่อใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยมีการบริหารจัดการที่ดี ที่ใช้ร่วมกันได้ทั้งช้างและคนโดยไม่ทำให้ป่าเสื่อมโทรม  เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนของประเทศ นำเงินตราเข้าประเทศ เป็นการกระจายรายได้ให้ชุมชนผู้เลี้ยงช้าง และชุมชนใกล้เคียง รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในการร่วมรักษา วิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนผู้เลี้ยงช้าง และส่งเสริมอนุรักษ์ช้างไทยมิให้สูญพันธุ์ ทั้งหมดคือความภาคภูมิใจของเราชาวหมู่บ้านช้าง

หมู่บ้านช้าง